โลกของพริกไทย

เครื่องเทศที่ผู้คนทั่วโลกต่างมีไว้ติดครัวและยกให้เป็นราชาแห่งเครื่องเทศ คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก “พริกไทย” ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนและกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเติมลงในอาหารประเภทใด ก็สามารถชูรสชาติของอาหารจานนั้น ๆ ให้กลายเป็นอาหารเลิศรสขึ้นมาทันที เช่น สเต๊ก ข้าวผัด ข้าวต้ม หรือแม้กระทั่งแกงแบบไทย ๆ ของบ้านเราบางประเภทก็ใช้พริกไทยเป็นส่วนผสมเช่นกัน นอกจากจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีขึ้นแล้ว พริกไทยยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย อาทิเช่น ช่วยเรื่องขับลม บรรเทาอาการหวัด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ต้นกำเนิดของพริกไทย
พริกไทยเป็นพืชพื้นเมืองในแถบตอนใต้ของเทือกเขากาตของรัฐเกรละในประเทศอินเดีย โดยพบว่าเป็นเครื่องปรุงอาหารของอินเดียเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ต่อมาเมื่อชาวอาหรับได้พบกับพริกไทย ก็รู้สึกประทับใจในกลิ่นที่ฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้นำกลับไปและขายต่อให้กับชาวอียิปต์ โดยไม่ได้บอกถึงแหล่งที่มาจริง ๆ ของมัน เพื่อเป็นการผูกขาดการค้าแต่เพียงผู้เดียว ทำให้พริกไทยในยุคสมัยนั้นมีราคาแพงมากจนถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำสีดำ” ซึ่งมักจะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้ครอบครองเพื่อเป็นเครื่องแสดงสถานะความร่ำรวย

ในยุโรป “พริกไทย” เริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทัพมาบุกเข้าสู่เอเชียกลางจนมาถึงอินเดีย แล้วได้นำพริกไทยกลับไปยังยุโรปด้วย เพียงไม่นานชาวยุโรปต่างก็ต้องการพริกไทยมากขึ้น พ่อค้าชาวอาหรับจึงขยายเส้นทางการค้าเครื่องเทศผ่านประเทศอียิปต์ไปจนถึงกรุงโรม และร่วมมือกับพ่อค้าชาวโรมันผูกขาดการค้า ทำให้โรมกลายเป็นศูนย์กลางการค้าพริกไทยในยุโรปไปในที่สุด

ปัจจุบัน พริกไทยถูกปลูกกันมากขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล จีน และเวียดนามที่เป็นแหล่งผลิตและส่งออกพริกไทยอันดับต้น ๆ ของโลก สำหรับประเทศไทยก็มีการปลูกพริกไทยเช่นกันในบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง

ทำไมถึงเรียกว่าพริกไทย ?
พริกไทยถูกนำเข้ามาในประเทศไทยช่วงสมัยอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการค้าขายกับชาวต่างชาติ เดิมทีนั้น “พริกไทย” ถูกเรียกว่า “พริก” แต่เมื่อมีพริกเม็ดสีแดงเข้ามา จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “พริกไทย” แต่ก็จะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ภาคเหนือเรียกพริกไทยว่า “พริกน้อย” ภาคใต้เรียกว่า “พริก” ส่วนภาคกลางเรียก “พริกไทยดำ” “พริกไทยล่อน” หรือ “พริกขี้นก เป็นต้น ท่านสามารถอ่าน ประโยชน์ของพริกที่คุณอาจไม่รู้ กันได้หน้าบทความของเราเลย

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *